วิตามินเอพบได้ในอาหาร

วิตามินเอ

      วิตามินเอพบได้ในอาหาร เช่น นม ชีส ไข่ เนย เนื้อสัตว์ ตับปลาน้ำเค็ม ธัญพืช น้ำมัน แครอท ผักสีเขียวเข้มและสีเหลือง และผลไม้ เช่น แคนตาลูป วิตามินเอมีความสำคัญต่อดวงตาและผิวหนัง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และเสริมสร้างร่างกายสำหรับการเจริญเติบโตตามปกติ วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันซึ่งจะดูดซึมกับไขมันที่เป็นส่วนประกอบในอาหารของคุณ และจะดูดซึมเข้าไปเก็บไว้ในเนื้อเยื่อของร่างกาย นอกจากนี้วิตามินเอในรูปแบบของอาหารเสริมยังใช้เพื่อรักษาอาการขาดวิตามินเอได้ นอกจากนี้ วิตามินเออาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันต้อกระจกหรือชะลอการลุกลามของโรคที่เกี่ยวกับดวงตา หรือโรคที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อจอประสาทตา วิตามินเอยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคท้องร่วงในสตรีมีครรภ์ที่ขาดสารอาหารด้วย

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้จากการรับวิตามินเอ

      ควรปรึกษาแพทย์เมื่อคุณมีอาการ หรือลักษณะที่บ่งบอกว่าเป็นสัญญาณของอาการแพ้ หรือลมพิษ เช่น หายใจลำบาก , ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวม และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีไข้ เหงื่อออก อ่อนเพลียผิดปกติ
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
  • อาเจียน ท้องร่วง เบื่ออาหาร
  • สับสนหรือรู้สึกหงุดหงิด
  • ตามองอะไรไม่ค่อยชัด มีอาการเบลอ
  • เลือดออกตามไรฟัน ปวดบริเวณปาก
  • ผมร่วง ผิวลอก ผิวแตกบริเวณรอบปาก หรือผิวเปลี่ยนสี

ซึ่งการที่ได้รับวิตามินเอในปริมาณสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนและกระดูกสะโพกหัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุและสตรีวัยหมดประจำเดือน และสำหรับในเด็ก การที่ได้รับวิตามินเอในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้ได้

  • มีปัญหาการเจริญเติบโต
  • มีอาการเซื่องซึม ง่องนอนอย่างรุนแรงหรือหมดสติ
  • มีปัญหาการมองเห็น
  • มีไข้หนาวสั่น มีอาการไอมีเสมหะ และเจ็บหน้าอกหายใจลำบาก
  • อาเจียน ท้องร่วง

ข้อมูลที่สำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับวิตามินเอ

      ห้ามใช้วิตามินเอเกินขนาดที่แนะนำ การรับประทานวิตามินเอเกินขนาดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และห้ามใช้วิตามินเอโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หากคุณกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งวิตามินเอสามารถส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้หากใช้ในปริมาณมาก ทั้งนี้ การได้รับวิตามินเอเข้าร่างกายมี 2 วิธี ได้แก่ 

  • การรับประทาน 

การฉีดวิตามินเอเข้ากล้ามเนื้อ : โดยผู้ให้บริการทางการแพทย์จะเป็นผู้ฉีดถ้าหากว่าคุณไม่สามารถรับประทานได้ ควรอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้งานที่ให้มาพร้อมกับวิตามินอย่างระมัดระวัง ถามแพทย์หรือเภสัชกรหากว่าไม่เข้าใจคำแนะนำทั้งหมด และควรฉีดเมื่อพร้อมที่จะฉีดเท่านั้น โดยค่าปริมาณของวิตามินเอที่แนะนำจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ควรทำตามคำแนะนำของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ทั้งนี้ควรตระหนักก่อนทานวิตามินเอในรูปแบบอาหารเสริมว่า นอกจากวิตามินเอในรูปแบบอาหารเสริมที่คุณจะได้รับเข้าร่างกาย ยังมีวิตามินเอที่คุณได้รับจากอาหารในแต่ละวันด้วย ดังนั้นควรคำนวนให้ดีก่อนรับประทานเพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้รับมากเกินไปในแต่ละวัน